BETA (1,3 / 1,6) GLUCAN VS CANCER (พอลลิแคน VS มะเร็ง)

เบต้ากลูแคน เป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่แพทย์ทางเลือกมักจะแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งใช้ในการกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกายหรือเภสัชกรมักจะแนะนำให้ผู้ที่รักสุขภาพโดยทั่วไปนิยมทาน

เบต้ากลูแคน คือ สารอาหารประเภทแป้ง ที่พบมากในเห็ดไมตาเกะ ซึ่งมีคุณสมบัติมหัศจรรย์ที่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกายใช้ป้องกันโรคติดเชื้อจากจุลชีพต่างๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่สำคัญคือ ลดระดับคอลเลสเตอรอลในโลหิตทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และสำหรับประโยชน์ที่เหนือกว่าสารอาหารอื่น คือสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเพราะ ถ้าร่างกายได้รับเบต้ากลูแคน เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ที่ชื่อ แมคโครฟาจ (Macrophage) จะถูกกระตุ้นให้มีความสามารถในการสังเกตเห็นเชื้อมะเร็งว่าเป็นผู้บุกรุกและจะเข้าไปทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพ

เบต้ากลูแคน (Beta Glucan) คือสารอาหารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิต้านทานของร่างกาย จึงมักใช้ป้องกันการติดเชื้อจากจุลชีพต่าง ๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น ช่วยดูแลระดับไขมันคอเลสเตอรอล (เพราะเป็นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (Insolubie Fiber) ซึ่งมีสรรพคุณจับไขมันในทางเดินอาหาร) หรือใช้เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)ที่ดีอีกตัวหนึ่ง แต่ประโยชน์ที่เด่นกว่ากว่าสารอาหารอื่น ๆ คือ ช่วยในการป้องกันโรคมะเร็ง เพราะงานวิจัยพบว่า เบต้ากลูแคน สามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ที่คอยกัดกินสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (Macrophage)ออกมาทำงานได้ เพราะเม็ดเลือดขาวชนิดนี้จะถูกโปรแกรมจากร่างกายให้มีความสามารถสังเกตเชื้อมะเร็งในร่างกายและเข้าทำลายได้ทันทีที่เจอ ซึ่งเบต้ากลูแคนที่แนะนำคือ ชนิด เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน (Beta 1,3/1,6 Glucan)

Beta 1,3/1,6 Glucan นั้นจัดเป็นกลุ่มย่อยของเบต้ากลูแคน โดยสกัดจากผนังเซลล์ของยีสต์ที่ชื่อ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ให้การยอมรับถึงประสิทธิภาพที่มากกว่าเบต้ากลูแคนที่สกัดจากข้าวโอ๊ต ซึ่งเป็นชนิด Beta ( 1/4 )Glucan

การสร้างภูมิบำบัดต้านมะเร็ง

#อีกหนึ่งทางเลือกในการพิชิตมะเร็งที่มีประสิทธิภาพคือการใช้กลไกธรรมชาติในการรักษา โดย นักวิจัยโภชนเภสัชอธิบายว่า “Immunotherapy” หรือการรักษาโรคด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด คือ การเข้าไปเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตที่มีความสามารถในการกำจัดเฉพาะเซลล์มะเร็งที่มีลักษณะของผิวเซลล์ต่างจากเซลล์ปกติของร่างกาย โดยเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตจะไม่ทำลายหรือกระทบต่อเซลล์ปกติของร่างกาย จึงมีความปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง

นักวิจัยโภชนเภสัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การกระตุ้นเสริมสร้างประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาวเพชฌฆาตทำได้โดยการนำสารที่มีสรรพคุณสูงสุดของอนูละอองเกษรดอกไม้ 8 ชนิด มาเสริมฤทธิ์ด้วยสารสกัดจากพืชและผลไม้ แล้วได้สารผสมที่ไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาว NK Cell และ Killer T Cell ซึ่งไปร่วมกันเสริมสร้างประสิทธิภาพเพชฌฆาตในการฆ่าเซลล์มะเร็งของเม็ดเลือดขาวให้เพิ่มมากขึ้นได้หลายเท่าตัว

ผลการทดสอบงานวิจัยโภชนเภสัช สารสกัดสรรพคุณสูง พฤกษเคมี จากละอองเกษรดอกไม้ การเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งตับ เซลล์มะเร็งลำไส้ เซลล์มะเร็งเต้านม ผลลัพธ์ที่ได้เกิน 90%

โภชนเภสัช เป็นสูตรสารสกัดธรรมชาติ เพื่อ
“กำจัดเซลล์มะเร็ง ฟื้นฟูเซลล์เสื่อม สร้างเซลล์ใหม่
ปรับระบบร่างกายทุกระบบให้สมดุล”

การฟื้นฟู ปัญหาสุขภาพ ให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

  • ดีท๊อคระบบเลือด ระบบลำไส้
  • ขับสารพิษตับ บำรุงตับ
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบการย่อย และการดูดซึมสารอาหาร
  • เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
  • เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิคุ้มกัน แมคโคฟาจ และ NK cell
  • เพิ่มขบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ทุกเซลล์
  • เพิ่มขบวนการฟื้นฟู ซ่อมสร้างเซลล์
  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • เพิ่มขบวนการสร้างเซลล์ใหม่ ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่ตายไป

สารสกัดสรรพคุณสูง โภชนเภสัช

วีทกราส “ต้นข้าวสาลีอ่อน” มีสรรพคุณสูง เพิ่มออกซิเจนในกระแสเลือด เพื่อหยุดการขยายตัวของ เซลล์มะเร็ง

พอลลิตินทำงานอย่างไร? ช่วยผู้ป่วยมะเร็งให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นได้ ?

พอลลิตินมีกรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ มากกว่า 280 ชนิด เมื่อรับประทานไปแล้วร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ทันทีในแต่ละระบบ ซึ่งไปช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรง รวมถึงเมื่อเซลล์ต่างๆ ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมระบบต่างๆ ก็แข็งแรง จึงทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ได้ และมีงานวิจัยด้านมะเร็งทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก

ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์

เนื่องจากผลิตภัณฑ์พอลลิตินสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ทันที ทำให้ผู้รับประทานจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงได้หลังจากรับประทานไปแล้ว 1-3 ชม. และจะชัดเจนขึ้นเมื่อรับประทานไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ หากรับประทานต่อเนื่องจนร่างกายเป็นปกติ ควรทานต่อเนื่อง 3 เดือนขึ้นไป

สูตรการรับประทานงานวิจัยโภชนเภสัช บำบัดมะเร็งตับ

หลักการรับประทานแคปซูลงานวิจัยโภชนเภสัช ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
**รับประทานตอนท้องว่าง (ก่อนอาหาร 30 นาที.) เพื่อการดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้หมด
**ห้ามรับประทานอาหารเสริม หรือสมุนไพรอื่น ร่วม เพราะจะทำให้สูตรของสารอาหาร แคปซูลงานวิจัย เจือจางส่งผลให้ขาดประสิทธิภาพในการกระตุ้นการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
**สามารถรับประทานร่วมกับยาปฎิชีวนะ ยาโรคประจำตัวอื่นได้ เพราะยาคือสารสังเคราะห์ทำงานนอกเซลล์ แคปซูลงานวิจัย เป็นสารสกัดพฤกษเคมี จากพืชธรรมชาติ ทำงานในเซลล์ จึงไม่ขัดประสิทธิภาพในการทำงานกัน

คำแนะนำเกี่ยวกับอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง

  • ให้งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ตลอดจนผลิตภัณฑ์ของสัตว์ เช่น นม เนย น้ำต้มซุบ ซุปไก่สกัด เป็นต้น เนื่องจากมีงานวิจัยชี้ชัดว่า โปรตีนจากสัตว์ ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตเร็ว
  • ให้ลดเค็มจาก เกลือ น้ำปลา ซีอิ้ว เพื่อลดปริมาณโซเดียม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เซลล์มะเร็งเติบโตเร็วและควบคุมไม่ได้
  • การดูแลสุขภาพจิต สำคัญมากเพราะมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยโดยเฉพาะความเครียด ความวิตกกังวล หรือความคาดหวัง จะทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นและจะทำให้ภูมิคุ้มกันตกลง เป็นผลให้เซลล์มะเร็งเติบโตเร็ว โดยแนะนำให้เลิกเครียดและเลิกกังวล ปล่อยวางทุกอย่าง ปฎิยัติตัวอย่างเคร่งครัดและมีวินัย
  • ญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด จะมีบทบาทอย่างมาก ในการให้กำลังใจ และไม่เพิ่มความเครียดหรือความวิตกกังวล ให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจและเข้มแข็งที่จะต่อสู้กับมะเร็งได้

คุณอุ๋ย ลภัสสา ฉลาดยิง  ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้ายแต่เธอกลับมามีชีวิตปกติได้

เผยชีวิตจริง และวิธีชนะโรคมะเร็งตับของคุณอุ๋ย รภัสศา ฉลาดยิงเธอสู้ แม้มีโอกาสเพียงน้อยนิดแทบจะไม่มีความหวังอยู่เลย

บรรพบุรุษที่ไม่เคยมีใครเป็นโรคมะเร็ง จึงทำให้เธอมีความเชื่อคิดว่าตัวเธอจะไม่มีวันเป็นโรคมะเร็งแต่สุดท้ายแล้วด้วยความไม่ดูแลตัวเองกินไม่ใส่ใจ พักผ่อนไม่เพียงพอทำให้เธอต้องพบวิกฤติชีวิต ต้องมาตรวจพบมะเร็งโพรงจมูก ลามไปต่อมน้ำเหลืองช่วงต้นคอในต้นปี 59 และเข้ารับการรักษาโดยการฉายแสงและให้คีมีบำบัดอย่างหนักและมะเร็งชนิดนี้ได้หายไปในช่วงระยะเวลานึง #แต่ได้กลับมาเป็นที่ตับอีกครั้ง ในครั้งนี้หนักมากมันลุกลามไปเป็นระยะสุดท้ายแล้วเธอท้องโต ตาเหลือง อ่อนเพลีย ไตเริ่มเสื่อมและหมอบอกจะได้ฟอกไต เธอถามหมอตรงๆว่าเธอจะมีโอกาสรอดไหมหมอตอบเธอว่า จะมีโอกาสรอดแค่ 20% ซึ่งแรงผลักดันที่ทำให้เธอต่อสู้ และเธอจะต้องเป็น1ใน 20%ที่รอดเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อลูกและสามีอันเป็นที่รัก ทำให้เธออดทนกับฉายแสงและเคมีบำบัดอีกรอบ ซึ่งผลกระทบผลข้างเคียงจากรอบที่แล้วคือ

  • เธอกลายเป็นคนที่ไม่มีต่อมน้ำลาย
  • ลิ้นไม่รับรู้รส
  • สายตาฝ้าฟาง
  • มีสภาวะไตแทรกซ้อน

ในครั้งนี้เธอก็ยังต้องจำเป็นต้องรับเคมีบำบัดอีกตามแพทย์สั่ง แต่เพียงครั้งแรกแค่เข็มเดียวก็ทำให้เธอต้องเจอผลข้างเคียงที่แพ้หนักมากจนทนไม่ไหว
#จึงตัดสินใจหาทางเลือกเพื่อดูแลตัวเอง

จนได้มาเจอ #ผลิตภัณฑ์สารอาหารบำบัดเซลล์ที่มาเพิ่มโอกาสรอดให้กับชีวิตเธออีกครั้ง
จากข้อมูล#ที่มีงานวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งและมาตรฐานการผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ เธอจึงไม่รอช้าไม่เสียเวลาที่จะตัดสินใจทานเพราะทุกนาทีที่เธอจะรอดก็ลดน้อยลงทุกที
เธอตัดสินใจสั่งมาทานชุดแรกสิ่งที่เห็นได้ชัดคือท้องเธอยุบตาเริ่มใสภายใน1สัปดาห์และเธอทานต่อเนื่อง #ใช้เวลาประมาณ4เดือนไปตรวจพบว่าค่ามะเร็งตับที่สูงถึง1500ลดลงไปเรื่อยๆจนเธอไ่ม่ต้องทำเคมีบำบัดและไม่ต้องฟอกไตเลย

จนปัจจุบันค่ามะเร็งตับของเธอกลับมาสู่สภาวะปกติแล้วและเธออยู่เป็นที่รักของสามีและลูกเธอมีสุขภาพแข็งแรงและสวยใสขึ้นจากเดิมมาก

#เป็นที่น่ายินดียิ่งนัก ขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณอุ๋ยที่ส่งต่อให้ผู้ป่วยมะเร็งเพื่อเป็นวิทยาทานเพื่อต่อเวลาชีวิต เพื่อความสุขของคนในครอบครัวผู้ป่วยที่ได้เห็นคนที่รักกลับมามีสุขภาพแข็งแรงอีกครั้งหนึ่ง

รีวิวจากประสบการณ์ผู้ใช้จริง

ดูรีวิวเพิ่มคลิกที่นี่